FEATURED, FOOD, SINGAPORE
ให้ความเห็น

Jaan แห่งสิงคโปร์ ร้านที่คว้าทั้งมิชลินสตาร์และAsia’s 50 best | FAVFlavour

JAAN by Kirk Westaway

คว้ามาทั้งมิชลินสตาร์ 1 ดาว และติดอันดับ Asia’s 50 best Restaurant

หนึ่งในความสนุกของการมาเที่ยวประเทศสิงคโปร์ของเฟย์คือการมาหาของอร่อยๆกิน!! นอกจากสตรีทฟู้ดที่สิงคโปร์จะขึ้นชื่อแล้ว อาหารสุดหรูประเภท Fine Dining ที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ซึ่งในครั้งนี้เฟย์เลยมาลองที่ร้าน JAAN by Kirk Westaway. กับอาหารแนว British-inspired ที่นี่กันค่ะ

เหตุผลที่เราสนใจร้าน ” JAAN By Kirk” เป็นพิเศษเพราะว่าร้านนี้ได้รางวัลการันตีมามากมายทั้ง Michelin Star 1 ดาวและไตอันดับขึ้นมาเป็นลำดับที่ 32 ใน Asia’s 50 best restaurants ปี 2018 นี่  พอมีโอกาสมาที่สิงคโปร์เฟย์ก็เลยตัดสินใจมาที่นี่เลยค่าา

มาถึงอย่างแรกเลยก็ต้องว้าวให้กับวิวเค้าหน่อยนะ สวยจัง ร้านเค้าตั้งอยู่บนชั้น 70 ของโรงแรม Swissôtel The Stamford  ล้อมรอบด้วยกระจกทำให้เราเห็นวิวตรงอ่านมาริน่าเบย์แบบเต็มๆ สวยมากเลยค่ะ  เหมาะมากที่จะมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่นี่แค่เห็นร้านก็เริ่มตื่นเต้นแล้ว

เออจะว่าไปตอนแรกที่ได้ยินชื่อร้านแล้วก็งงๆ นะ Jaan อ่านว่าจานเหมือนภาษาไทยเลย ก็เลยถามทางร้านเลยได้ความว่ามันก็คือจานที่เราคิดนั่นแหละค่ะ เพราะเค้าเอามาจากรากศัพท์ของภาษาสันสกฤต เพื่อที่จะให้สื่อความหมายถึงจานใส่อาหารนั้นเอง

อาหารที่นี่จะเป็นแนวที่เรียกว่า “British-inspired” เพราะว่าเชฟใหญ่ของที่นี่เชฟ Kirk Westaway เป็นคนอังกฤษค่ะอาหารส่วนใหญ่จึงได้อิทธพลมากจากบ้านเกิดโดยเฉพาะที่เมือง Devon เพราะว่าวัตถุดิบหลายอย่างก็นำเข้ามาจากที่เมืองนั้นเลยค่ะ

ส่วนเมนูก็มีหลายคอร์สนะคะเช่นเซ็ทอาหารกลางวัน เซ็ทอาหารมังสาวิรัติ แต่ที่เฟย์ไปครั้งนี้เป็นช่วงกลางวันเลยเลือกแบบจัดเต็มไปเลยสำหรับช่วงกลางวัน  เราเลือกเป็น 6 Course Signature Set Menu  ราคา 158++ SGD พร้อมด้วยไวน์แพริ่งชนิด 3 แก้วราคา $68++ SGD  ไปดูกันว่าซิกเนเจอร์เซ็ทของเค้าจะมีอะไรบ้าง

amuse bouche

เริ่มแรกจะเป็น amuse bouche หรือว่าอาหารเรียกน้ำย่อย ส่วนใหญ่แล้วอามุซบุชจะเป็นอาหารที่ทางร้านเตรียมมาให้อยู่แล้วนอกเหนือจากในเซ็ทนะคะ โดยเซ็ทนี้จะประกอบไปด้วย Beetroot Meringe & smoked eel สีแดงน่ารักนุ่มฟู  , Devonshire cheddar cheese&buckwheat pancake คือเจ้าตัวที่หน้าตาเหมือนทาโกะยากิค่ะ เม็ดๆ นั้นคือเม็กบัควีท , Fish & Chip tartlet แน่นอนว่าเมนูอินสไปร์มาจากอังกฤษก็ต้องมีฟิชแอนด์ชิป  , Rabbit pie และสุดท้ายเป็นพายค่ะ

Roast potato, truffle soup. Mini loss, Devon butter

ต่อมาจะเป็น Soup ค่ะ ขอบอกเลยว่าเฟย์ประทับใจกับเมนูนี้มาก อร่อยมากกก ซุปเห็นทรัฟเฟิลที่หอมชวนน้ำลายสอเลย ทางร้านจะมาเทซุปตรงหน้าเราค่ะ วิธีกินให้กินสลับกับเจ้ามินิโลฟข้างๆ ที่เชฟจะปากเนยจากเมืองเดวอน ประเทศอังกฤษไว้ข้างๆ สลับกันไปมาค่ะ  ซุปอุ่นๆที่มีกลิ่นทรัฟเฟิลเตะจมูกแบบนี้รับรองว่าทุกคนต้องชอบ

ระหว่างที่รอเมนูในคอร์สจริงๆ มาเสิร์ฟจะมีขนมปังและเนยมาให้เรากินรองท้องค่ะ   ขนมปังซาวน์โดอบใหม่ๆ เสิร์ฟมาบนชามหินร้อนและฟางร้อนซึ่งฟางก็ร้อนทำให้เป็นการอุ่นขนมปังให้ร้อนอยู่ตลอดค่ะ   เนยที่เสิร์ฟมาคู่กันเป็นเนยจากเมืองเดวอนอีกเช่นเคย แต่คราวนี้มี Corn wall Salt มาด้วยทำให้ได้รสเค็มๆ มันๆ เราชอบเจ้าเนยอันนี้นะ รสชาติอีกอร่อยค่ะ  ถ้าใครกินเนยหมดแล้วจะขอเพิ่มก็ได้ พนักงานที่ร้านจะมาตัดเนยให้ที่โต๊ะเลยค่ะ

Majestic Oyster Caviar

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงเมนูแรกจริงๆ ของคอร์สนี้ค่ะ  ขอออกตัวก่อนว่าปกติแล้วเป็นคนไม่กินหอยนางรมเพราะรู้สึกว่ามีกลิ่นคาว แต่ตัวนี้ไม่มีเลย งงเวอร์กินได้ง่ายๆเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะเจ้าโฟมที่ทำจาก Dashi ด้วยละมั้งที่ทำให้รสชาติของหอบนางรมดีขึ้น และก็ได้ความเค็มจากคาเวียร์  ซึ่งแต่ละวันคาเวียร์จะไม่เหมือนกันค่ะ

Heirloom Beetroot Burrata

ตัวนี้จะเป็นบีทรูททั้งจานเลย ม้วนๆก็เป็นบีทรูป ซอสบีทรูป แม้แต่ไอศครีมในจานก็บีทรูทนะ แต่ที่เป็นสีเหลืองเพราะว่าเป็น golden beetroot ค่ะ  เมนูนี้จะนำเสนอรสชาติแบบต่างๆ ของบีทรูปเพราะเป็นวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อจากเมืองเดวอนที่เชฟอยู่ที่ประเทศอังกฤษค่ะ  ส่วนตัวสำหรับเรายังไม่ว้าวมากเพราะจะออกจืดๆ แต่ก็น่าสนใจดีค่ะ

Egg in an Egg….

ที่สุดของที่สุดของมื้อนี้เฟย์ยกให้กับเมนูนี้เลยค่ะ แค่พรีเซนท์เทชั่นก็ว้าวแล้ว อยู่ดีๆ ทางร้านก็ยกไข่ที่ใหญ่อย่างกะไข่นกกระจอกเทศมาวางตรงหน้า! เปิดมาก็จะเจอไข่อีกทีซึ่งขอบอกเลยว่าอร่อยมากกกก >///< ตัวนี้เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากของร้านค่ะ

ไข่สีแดงก็คือไข่แดงเนี่ยแหละค่ะทำไปคองฟี (ตุ๋นในน้ำมัน) ท้อปด้วยคาเวียร์ ส่วนสีขาวๆ คือไข่ขาวที่เอาไปทำให้เหมือนคัสตาร์ด รมควันด้วยโรสแมรี่ เสิร์ฟมาพร้อมกับเห็ดดองค่ะ   โดยวิธีกินเมนูนี้เชฟเค้าจะให้กินคู่กับขนมปังบริโอชที่โรชชีสมาเนี่ย ดิปกินเหมือนเจ้าไข่เป็นดิปปิ้งค่ะ เป็นเมนูที่ว้าวทั้งการนำเสนอและรสชาติเลย อันนี้ให้สิบสิบสิบ!

Line Caught brill artichoke

จานปลาก็มีเหมือนกันค่ะ เมนูนี้เป็นปลาที่ชื่อว่า Brill เสิร์ฟคู่กับพูเร่อาร์ติโชคมันๆ นัวๆ ข้างๆเป็น side dish ที่กินด้วยกันอย่างมะเขือเทศ หอมและเคปเปอร์ ความเค็มจากเคปเปอร์เพิ่มรสชาติให้เนื้อปลาได้ดีค่ะ

Sanchoku Wagyu Onion

ในส่วนของ Main Course ถ้าใครชอบกินเนื้อนี่ต้องชอบมากแน่ๆ เนื้อวากิวที่เชฟบอกว่าใช้ว่าการทำถึง 48 ชม! เดาว่าน่าจะซูวีย์มานะคะ เพราะเนื้อนุ่มมากและยังชุ่มฉ่ำ ด้านล่างจะเป็นมันบด ตกแต่งด้วยหอมแดงและเมล็ดมัสตาร์ด ถือเป็นอีกจานที่เราชอบมากเลยค่ะ

Pre dessert

เมนูล้างปากจากอาหารคาวก่อนจะเข้าคอร์สของของหวานค่ะ จานนี้เป็นกิมมิคน่ารักๆ ที่เป็นเมนูที่ได้อินสไปร์มาจากพนักงานในร้านเองค่ะ เค้าบอกว่าเป็นเมนูโปรดของเมเนเจอร์ที่ร้าน ข้างในก็จะเป็นผลไม้ต่างๆอย่าง blood orange, Lemon, clementine, Limoncello

Pear tart vanilla

มาถึงคอร์ส Dessert กันบ้างค่ะ จานนี้เป็นเมนูปิดท้ายที่เชฟ Krikจะออกมาเสิร์ฟด้วยตัวเองพร้อมกับทักทายแขกในร้านทีละโต๊ะๆ เลยค่ะ ตัวนี้จะเป็นทาร์ทลูกแพร กับไอศครีมวานิลลา รสขาติจะค่อนข้างหนักและหวานหน่อยค่ะ

Petti Four

ตามธรรมเนียมของอาหารแบบคอร์สมักจะปิดท้ายด้วย Petti Four ค่ะ อารมณ์ว่าเป็นขนมชิ้นเล็กๆ(ส่วนใหญ่จะเป็นขนมอบ) ทางร้านจะให้เราเลือกว่าจะกินคู่กับชาหรือกาแฟก็ได้

เชฟเดินมาถึงที่ทั้งที เฟย์ก็เลยได้ถ่ายรูปกับเชฟเป็นที่ระลึกค่ะ พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันไปพลางๆ

ไวน์แพริ่งที่เราเลือกเป็นแบบ 3 แก้วเค้าจะเสิร์ฟเรียงจากไวน์ขาว ไวน์แดง ปิดท้ายด้วยไวน์หวานค่ะ

โดยรวมเป็นมื้อที่ประทับใจมากเลยนะ การบริการ บรรยากาศในร้านสมกับที่ได้รางวัลการันตีค่ะ ทริคที่เฟย์ใช้เวลาอยากไปกินร้านดีๆ แต่สู้ราคาไม่ค่อยจะไหว ให้เลือกตอนช่วงกลางวัน ส่วนใหญ่จะถูกกว่าค่ะ  ส่วนเครื่องดื่มให้ลองเปรียบเทียบราคาดูอย่างมื้อนี้จริงๆ สั่งเป็นไวน์แพริ่งอย่างเดียวเวิร์คสุด แต่ตอนแรกงงๆ สั่งเป็นแชมเปญแก้วนึง ซึ่งราคาเท่ากับไวน์สามแก้ว ฮ่าาา (เจ็บตัวไปตามๆ กัน) แต่ถ้าดูที่ราคาค่าอาหารอย่างเดียว ก็ถือว่าเหมาะสมนะคะ ราคาไม่ได้ต่างไปจากบ้านเราเท่าไหร่

ใครแวะมาเที่ยวสิงคโปร์แล้วสนใจแนะนำว่าให้อีเมลหรือโทรมาจองก่อนค่ะ เพราะส่วนใหญ่เต็มตลอด ส่วนช่วงเวลากลางวันไปได้ช้าสุดไม่ได้ 13.30 นะคะ   ใครไปแล้วชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นท์มาพูดคุยกันได้นะ =)

—————————-
JAAN
ชั้น 70 โรงแรม Swissôtel The Stamford  ประเทศสิงคโปร์
https://www.jaan.com.sg
ประมาน 12:00 – 15:00 // 19:00 – 22:30
โทร+65 6837 3322
https://www.facebook.com/JAANByKirk
Email :jaan.bookings@swissotel.com

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s